“การฝึกอบรมการตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภัยสำหรับนักข่าว” (Hostile Environment Awareness Training หรือ HEAT) เป็นบทความชุดสิบตอนที่พัฒนาขึ้นโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders หรือ RSF), Silk Road Training และองค์กรพันธมิตรในพื้นที่ บทความตอนที่ 5 นี้อธิบายวิธีประเมินผู้บาดเจ็บและจัดการภาวะเลือดออกรุนแรงในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง
การฝึกอบรมการตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย (HEAT) เป็นหลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแบบครอบคลุม ซึ่งครอบคลุมการเตรียมความพร้อมในประเด็นสำคัญสำหรับนักข่าวที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง ทั้งการรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบ การทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง การปฐมพยาบาลในสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ และความปลอดภัยทางดิจิทัล นักข่าวอาจเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่พบผู้ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ขัดแย้ง ความสามารถในการประเมินอาการอย่างเป็นระบบและจัดการการบาดเจ็บระหว่างรอบุคลากรทางการแพทย์มาถึงจึงอาจช่วยรักษาชีวิตได้
1 – การประเมินสถานการณ์
ก่อนให้ความช่วยเหลือ ต้องตรวจสอบความปลอดภัยของตนเองเสียก่อน โดยควรดำเนินการอย่างสงบและเป็นระบบ
- ตั้งสติ หยุด คิด ควบคุมการหายใจ และปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน
- ตรวจสอบอันตราย ประเมินความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองและผู้บาดเจ็บก่อนเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
- ทำความเข้าใจลักษณะการบาดเจ็บ ระบุว่าผู้บาดเจ็บได้รับบาดเจ็บบริเวณใดและอย่างไร รวมทั้งประเมินว่าสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ อย่าเคลื่อนย้ายหากสงสัยว่ามีการบาดเจ็บที่ศีรษะ คอ หรือกระดูกสันหลัง
- ขอความช่วยเหลือ แจ้งตำแหน่งและสถานการณ์แก่หน่วยบริการฉุกเฉินหรือผู้ประสานงานภาคสนามที่กำหนดไว้ เริ่มดำเนินการตามแผนอพยพ เช่น เรียกรถพยาบาล แจ้งพนักงานขับรถ หรือเรียกทีมรักษาความปลอดภัย
จากนั้น ใช้ลำดับ DR-CAB เป็นแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้
- D — อันตราย (Danger): ตรวจสอบพื้นที่อีกครั้งเพื่อหาภัยคุกคามเฉพาะหน้า
- R — การตอบสนอง (Response): ตรวจสอบว่าผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวและตอบสนองหรือไม่ โดยใช้มาตรวัด AVPU ได้แก่ รู้สึกตัว (Alert), ตอบสนองต่อเสียงเรียก (Verbal), ตอบสนองต่อความเจ็บปวด (Pain) และไม่ตอบสนอง (Unresponsive)
- C — ภาวะเลือดออกรุนแรง (Catastrophic bleeding): ตรวจหาภาวะเลือดออกรุนแรงที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน
- A — ทางเดินหายใจ (Airway): ตรวจสอบว่าทางเดินหายใจเปิดอยู่หรือไม่ หากไม่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ให้เงยศีรษะและเชยคางดังที่แสดงในภาพด้านล่าง นำสิ่งอุดกั้นออกและจัดการตามความจำเป็น
- B — การหายใจ (Breathing): สังเกตการเคลื่อนไหวของทรวงอก ฟังเสียงหายใจใกล้ปาก และสัมผัสกระแสลมหายใจ
วิธีการตรวจสอบทางเดินหายใจ
2 – การจัดการภาวะเลือดออกรุนแรง
ภาวะเลือดออกรุนแรงเป็นอันตรายถึงชีวิตและอาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่นาที จึงต้องดำเนินการทันทีเพื่อหยุดการสูญเสียเลือดและทำให้อาการของผู้บาดเจ็บคงที่
การยัดบาดแผลและพันผ้า (Pack and wrap) สำหรับบาดแผลที่เป็นโพรงลึก ให้ใช้วิธียัดบาดแผลและพันผ้า ดังนี้
- กดบาดแผลโดยตรง ใช้มือที่สวมถุงมือกดบาดแผลให้แน่นทันที
- ยัดบาดแผล ใส่ผ้าก๊อซห้ามเลือด เช่น Celox Rapid เข้าไปในโพรงบาดแผลให้ลึก หากไม่มี ให้ใช้ผ้าก๊อซทั่วไปแทน
- กดให้แน่นอย่างต่อเนื่อง กดบาดแผลด้วยแรงสม่ำเสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 5 นาที
- ยึดผ้าปิดแผลให้แน่น ปิดบาดแผลและพันผ้าพันแผลเพื่อยึดให้อยู่กับที่
- ตรวจสอบว่ายังมีเลือดออกหรือไม่ ประเมินบาดแผลซ้ำเป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่ายังสามารถควบคุมเลือดออกได้
สายรัดห้ามเลือดแบบ Combat Application Tourniquet (CAT) หากการกดบาดแผลโดยตรงไม่เพียงพอ ให้ใช้สายรัดห้ามเลือดเพื่อหยุดภาวะเลือดออกรุนแรงบริเวณแขนหรือขา ดังนี้
- วางสายรัดห้ามเลือด เหนือบริเวณที่มีเลือดออกประมาณ 5–7 เซนติเมตร (2–3 นิ้ว) โดยวางบนผิวหนังโดยตรงและไม่วางทับข้อต่อ
- ดึงสายรัด ให้รัดรอบแขนหรือขาอย่างแน่นหนา แล้วติดยึดด้วยแถบตีนตุ๊กแก
- หมุนแกนขันสายรัด จนกว่าเลือดจะหยุดไหล
- ล็อกแกนขันสายรัด เข้ากับตัวล็อกเพื่อยึดให้อยู่กับที่
- ตรวจสอบการควบคุมเลือดออกและชีพจรส่วนปลาย หากเลือดยังคงไหลหรือยังจับชีพจรได้ ให้ขันสายรัดให้แน่นขึ้นหรือใช้สายรัด CAT เส้นที่สองวางคู่กับเส้นแรก
- บันทึกเวลาที่ใช้สายรัด ระบุเวลาให้เห็นอย่างชัดเจน เนื่องจากการรัดทิ้งไว้นานเกินไปอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้
หากไม่มีสายรัด CAT สามารถใช้ผ้าสามเหลี่ยม ผ้าพันคอ และแท่งไม้ประยุกต์เป็นสายรัดห้ามเลือด โดยใช้แท่งไม้หมุนเพื่อเพิ่มแรงกดในลักษณะเดียวกัน
สายรัดห้ามเลือดแบบ Combat Application Tourniquet (CAT)
3 – การดูแลภาวะช็อก
ภาวะช็อกทางกายอาจเกิดขึ้นหลังจากเสียเลือดอย่างรุนแรงหรือได้รับบาดเจ็บ โดยทำให้เลือดไหลเวียนไปยังอวัยวะสำคัญลดลงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
- Lให้ผู้บาดเจ็บนอนราบ หากลักษณะการบาดเจ็บเอื้อให้เคลื่อนย้ายได้ ให้ผู้บาดเจ็บพักในท่านอนเพื่อลดภาระต่อร่างกาย
- รักษาความอบอุ่น ใช้เสื้อผ้าหรือผ้าห่มเพื่อป้องกันภาวะตัวเย็นเกิน (hypothermia)
- ยกขาขึ้น ยกขาส่วนล่างให้สูงเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เว้นแต่ลักษณะการบาดเจ็บจะทำให้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
- จำหลักที่ว่า “หากตัวซีด ให้ยกขา”
บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาของหลักสูตร HEAT ระยะเวลาสามวัน ซึ่งจัดการฝึกอบรมโดย Silk Road Training และจัดขึ้นโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ร่วมกับองค์กรพันธมิตรในพื้นที่
Silk Road Training ให้บริการฝึกอบรม HEAT ทั้งในรูปแบบออนไลน์และในสถานที่จริง โดยผู้ฝึกสอนผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านการฝึกอบรมและการให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยทั่วโลกมากกว่า 20 ปี เพื่อช่วยให้บุคลากรด้านสื่อและนักข่าวแนวหน้ามีทักษะในการรักษาชีวิตเมื่อต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง
← อ่าน ตอนที่ 1: การเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบ
← อ่าน ตอนที่ 2: เทคนิคการรักษาความปลอดภัยขณะรายงานข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบ
← อ่าน ตอนที่ 3: การวางแผนล่วงหน้าเมื่อต้องทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง
← อ่าน ตอนที่ 4: การรับมือภัยคุกคามจากการสู้รบในพื้นที่ปฏิบัติงาน
→ อ่าน ตอนที่ 6: การปฐมพยาบาล—การดูแลทางเดินหายใจและการช่วยฟื้นคืนชีพ
→ อ่าน ตอนที่ 7: การปฐมพยาบาล—การติดตามอาการผู้บาดเจ็บและการประเมินขั้นทุติยภูมิ
→ อ่าน ตอนที่ 8: ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะและอุบัติเหตุทางถนน
→ อ่าน ตอนที่ 9: อย่าลืมความปลอดภัยทางดิจิทัล
→ อ่าน ตอนที่ 10: แนวทางรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัลทีละขั้นตอน
The Thai translation was made possible with support from the Government of Canada and the Canada Fund for Local Initiatives (CFLI).