ความปลอดภัยทางกายภาพ

HEAT สำหรับนักข่าว (ตอนที่ 3): การวางแผนล่วงหน้าในพื้นที่ขัดแย้ง

This post is part 3 of 4 in the series HEAT สำหรับนักข่าว

“การฝึกอบรมการตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภัยสำหรับนักข่าว” (Hostile Environment Awareness Training หรือ HEAT) เป็นบทความชุดสิบตอนที่พัฒนาขึ้นโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders หรือ RSF) Silk Road Training และองค์กรพันธมิตรในพื้นที่ บทความตอนที่ 3 นี้อธิบายแนวทางที่นักข่าวสามารถใช้วางแผน เตรียมความพร้อม และจัดเตรียมอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนเข้าสู่พื้นที่ขัดแย้งที่มีความเสี่ยงสูง

การฝึกอบรมการตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย (HEAT) เป็นหลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแบบครอบคลุม ซึ่งครอบคลุมการเตรียมความพร้อมในประเด็นสำคัญสำหรับนักข่าวที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง ทั้งการรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบ การทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง การปฐมพยาบาลในสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ และความปลอดภัยทางดิจิทัล การทำงานในพื้นที่ที่กำลังเกิดหรือเคยเกิดความขัดแย้งมีความเสี่ยงร้ายแรง แต่การเตรียมตัวอย่างรอบคอบสามารถสร้างความแตกต่างที่สำคัญได้

1 – วางแผนอย่างรัดกุมก่อนลงพื้นที่

ก่อนเข้าสู่พื้นที่ขัดแย้งที่มีความเสี่ยงสูง นักข่าวควรประเมินภัยคุกคาม ระบุแหล่งทรัพยากรที่จำเป็น และจัดเตรียมระบบการสื่อสารและความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ แผนที่รัดกุมจะช่วยลดความไม่แน่นอนและทำให้ตัดสินใจภายใต้แรงกดดันได้ดีขึ้น

  • เริ่มต้นด้วยการประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบสถานการณ์ความปลอดภัย พลวัตของความขัดแย้ง และความเสี่ยงด้านการแพทย์ในจุดหมายปลายทาง รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ทั้งสภาพการเมือง สังคม สาธารณสุข และความปลอดภัย ตลอดจนสภาพภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมของสื่อ และโครงสร้างพื้นฐาน
  • รู้ว่าต้องไปที่ใดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบุที่ตั้งของโรงพยาบาลในพื้นที่ บริการรักษาพยาบาลที่มี และวิธีเดินทางไปขอรับการรักษา บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำคัญและระบุตำแหน่งพื้นที่ปลอดภัย สถานทูต และสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัย ก่อนเริ่มรายงานข่าวในพื้นที่
  • จัดทำแผนการสื่อสารแบบ PACE (Primary, Alternate, Contingency, Emergency) นักข่าวควรแจ้งความเคลื่อนไหวของตนให้ผู้ติดต่อที่ไว้วางใจทราบผ่านช่องทางการสื่อสารหลายรูปแบบ เช่น โทรศัพท์ แอปพลิเคชันรับส่งข้อความ อีเมล หรืออุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียม เพื่อให้มีช่องทางสำรองหากช่องทางใดช่องทางหนึ่งใช้งานไม่ได้
  • จัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินพร้อมหยิบ ใส่สิ่งของจำเป็น เช่น น้ำ อาหารแท่งให้พลังงาน ไฟฉาย เข็มทิศ แผนที่ เครื่องมืออเนกประสงค์ อุปกรณ์ป้องกัน และโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมหากสามารถจัดหาได้
  • เตรียมชุดอุปกรณ์ดูแลผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรุนแรง ภายในควรมีสายรัดห้ามเลือดสองเส้น วัสดุช่วยห้ามเลือด ผ้าปิดแผลสนาม และแผ่นปิดแผลทรวงอก อุปกรณ์เหล่านี้สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาในพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ครบครัน ร้านอุปกรณ์กลางแจ้ง หรือผู้จำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์หรืออุปกรณ์ทางยุทธวิธีทางออนไลน์

2 – เลือกและรักษาความปลอดภัยของที่พัก

การเลือกที่พักที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของแผนความปลอดภัย นักข่าวควรประเมินความเสี่ยงทั้งภายในและบริเวณโดยรอบที่พัก พร้อมดำเนินมาตรการง่าย ๆ เพื่อลดการตกเป็นจุดสนใจและเพิ่มความพร้อมรับมือเหตุการณ์

  • เลือกโรงแรมที่ไม่เป็นจุดสนใจในพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า พิจารณาด้วยว่าแขกคนอื่น ๆ ที่เข้าพักเป็นใคร หากมีบุคคลสำคัญหรือบุคคลที่มีความเสี่ยง เช่น เจ้าหน้าที่รัฐ พักอยู่ด้วย โรงแรมอาจกลายเป็นเป้าหมายของการเฝ้าติดตาม การข่มขู่ หรือการโจมตีทั้งทางกายภาพและทางไซเบอร์
  • เลือกห้องพักบนชั้นสองหรือชั้นสาม ชั้นดังกล่าวช่วยสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกในการหลบหนีกับการป้องกันภัยคุกคามจากระดับพื้นดิน หลีกเลี่ยงห้องที่อยู่บริเวณด้านหน้าของอาคารหรือใกล้แผนกต้อนรับ
  • ทำความเข้าใจผังอาคาร ตรวจสอบทางหนีไฟ เส้นทางอพยพ และดูว่ามีหลุมหลบภัยหรือพื้นที่ที่สามารถใช้ตั้งรับได้หรือไม่ ระบุจุดซ่อนตัวที่ปลอดภัยภายในห้องพัก
  • วางอุปกรณ์สำหรับอพยพไว้ข้างเตียง เตรียมรองเท้า อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment หรือ PPE) และกระเป๋าฉุกเฉินพร้อมหยิบให้อยู่ใกล้มือ ฝึกออกจากที่พักอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน

3 – รู้จักอุปกรณ์และขั้นตอนด้านความปลอดภัย

นักข่าวไม่เพียงต้องพกอุปกรณ์ที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ต้องรู้ด้วยว่าควรใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเมื่อใดและอย่างไรจึงจะสามารถป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมและใช้งานจริง สวมเกราะป้องกันร่างกาย หมวกนิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันดวงตาและการได้ยินตามความเหมาะสม ฝึกสวมอุปกรณ์เหล่านี้ให้ถูกต้องและรวดเร็ว รวมทั้งฝึกเคลื่อนไหว ย่อตัว และเข้าหาที่กำบังขณะต้องแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
  • เรียนรู้ระยะและความเสี่ยงของอาวุธที่ใช้กันทั่วไปในพื้นที่ขัดแย้ง นักข่าวที่สามารถประเมินได้อย่างแม่นยำว่าตนกำลังตกอยู่ในอันตรายเมื่อใด จะสามารถเข้าหาที่กำบังหรือย้ายตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม 
  • รู้ว่าสิ่งใดเป็นที่กำบังที่ป้องกันอันตรายได้จริง คอนกรีตแข็ง เสื้อสูบเครื่องยนต์ หรือกำแพงอิฐสองชั้นสามารถให้การป้องกันได้ ส่วนประตู ไม้ หรือกำแพงอิฐชั้นเดียวไม่สามารถป้องกันได้

บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาของหลักสูตร HEAT ระยะเวลาสามวัน ซึ่งจัดการฝึกอบรมโดย Silk Road Training และจัดขึ้นโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ร่วมกับองค์กรพันธมิตรในพื้นที่

Silk Road Training ให้บริการฝึกอบรม HEAT ทั้งในรูปแบบออนไลน์และในสถานที่จริง โดยผู้ฝึกสอนผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านการฝึกอบรมและการให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยทั่วโลกมากกว่า 20 ปี เพื่อช่วยให้บุคลากรด้านสื่อและนักข่าวแนวหน้ามีทักษะในการรักษาชีวิตเมื่อต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง


← อ่าน ตอนที่ 1: การเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบ

อ่าน ตอนที่ 2: เทคนิคการรักษาความปลอดภัยขณะรายงานข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบ

→ อ่าน ตอนที่ 4: การรับมือภัยคุกคามจากการสู้รบในพื้นที่ปฏิบัติงาน

→ อ่าน ตอนที่ 5: การปฐมพยาบาล—การประเมินผู้บาดเจ็บและการจัดการภาวะเลือดออกรุนแรง

→ อ่าน ตอนที่ 6: การปฐมพยาบาล—การดูแลทางเดินหายใจและการช่วยฟื้นคืนชีพ

→ อ่าน ตอนที่ 7: การปฐมพยาบาล—การติดตามอาการผู้บาดเจ็บและการประเมินขั้นทุติยภูมิ

→ อ่าน ตอนที่ 8: ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะและอุบัติเหตุทางถนน

→ อ่าน ตอนที่ 9: อย่าลืมความปลอดภัยทางดิจิทัล

→ อ่าน ตอนที่ 10: แนวทางรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัลทีละขั้นตอน


The Thai translation was made possible with support from the Government of Canada and the Canada Fund for Local Initiatives (CFLI).