“การฝึกอบรมการตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภัยสำหรับนักข่าว” (Hostile Environment Awareness Training หรือ HEAT) เป็นบทความชุดสิบตอนที่พัฒนาขึ้นโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders หรือ RSF), Silk Road Training และองค์กรพันธมิตรในพื้นที่ บทความตอนที่ 6 นี้อธิบายวิธีจัดการภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับทางเดินหายใจ รับมือภาวะสำลัก รักษาบาดแผลที่ทรวงอก และช่วยฟื้นคืนชีพในสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย
การฝึกอบรมการตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย (HEAT) เป็นหลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแบบครอบคลุม ซึ่งครอบคลุมการเตรียมความพร้อมในประเด็นสำคัญสำหรับนักข่าวที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง ทั้งการรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบ การทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง การปฐมพยาบาลในสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ และความปลอดภัยทางดิจิทัล นักข่าวที่ทำงานในพื้นที่ขัดแย้งต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการบาดเจ็บที่เป็นอันตรายถึงชีวิตเมื่อความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์ล่าช้า หลังจากควบคุมภาวะเลือดออกรุนแรงแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดไปคือการตรวจสอบว่าผู้บาดเจ็บสามารถหายใจได้หรือไม่
1 – ทางเดินหายใจและการหายใจ
ทางเดินหายใจอุดกั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ หากผู้บาดเจ็บหมดสติหรือได้รับบาดเจ็บ การดูแลให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
- ตรวจสอบภายในช่องปาก นำสิ่งอุดกั้นที่มองเห็นออกเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้
- เปิดทางเดินหายใจ พลิกผู้บาดเจ็บให้นอนตะแคง หากไม่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ให้ใช้วิธีเงยศีรษะและเชยคาง
- ประเมินการหายใจ สังเกตการเคลื่อนไหวของทรวงอก พร้อมทั้งฟังและสัมผัสลมหายใจบริเวณปากของผู้บาดเจ็บ ตรวจสอบการหายใจอย่างต่อเนื่องตลอดการให้ความช่วยเหลือ
2 – ภาวะสำลัก
หากผู้บาดเจ็บยังรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถพูดหรือไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเป็นภาวะการอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือทันที
- กระตุ้นให้ไอ ประคองผู้บาดเจ็บและกระตุ้นให้พยายามไอเพื่อขับสิ่งอุดกั้นออกด้วยตนเอง
- ตบหลัง โน้มตัวผู้บาดเจ็บไปข้างหน้า ประคองทรวงอก และใช้มือตบแรง ๆ บริเวณระหว่างสะบัก 5 ครั้ง
- กดกระแทกหน้าท้อง (วิธีไฮม์ลิก) ยืนด้านหลังผู้บาดเจ็บ กำมือข้างหนึ่งแล้ววางเหนือสะดือ จากนั้นดึงกระแทกเข้าด้านในและขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็ว
- สลับวิธีให้ความช่วยเหลือ ตบหลัง 5 ครั้งสลับกับการกดกระแทกหน้าท้อง 5 ครั้ง จนกว่าจะนำสิ่งอุดกั้นออกได้สำเร็จหรือผู้บาดเจ็บไม่ตอบสนอง
3 – บาดแผลทะลุทรวงอก
บาดแผลทะลุทรวงอก เช่น บาดแผลจากกระสุนปืน อาจทำให้เกิด “บาดแผลทรวงอกชนิดมีลมดูดเข้า” (sucking chest wound) ซึ่งอากาศจะเข้าสู่ช่องอกและทำให้ปอดแฟบ ภาวะนี้เป็นเหตุฉุกเฉินที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
- ปิดผนึกบาดแผล ใช้มือ แผ่นพลาสติก หรือวัสดุอื่นที่อากาศผ่านไม่ได้ปิดบาดแผลทันที เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าสู่ช่องอกเพิ่มขึ้น หากมีอุปกรณ์ ให้ใช้แผ่นปิดแผลทรวงอกชนิดมีวาล์วระบายอากาศ
- จัดท่าผู้บาดเจ็บอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบว่าทางเดินหายใจยังเปิดอยู่ หากเป็นไปได้ ให้ผู้บาดเจ็บนั่งตัวตรงเพื่อช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
- ควบคุมการเลือดออก ใช้ผ้าก๊อซปลอดเชื้อ ผ้าสะอาด หรือส่วนหนึ่งของผ้าปิดแผลสำหรับการบาดเจ็บรุนแรง กดรอบบาดแผลให้แน่น
4 – การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR และ AED)
ภาวะหัวใจหยุดเต้นอาจเกิดจากการบาดเจ็บรุนแรง ภาวะช็อก หรือการอุดกั้นทางเดินหายใจ การช่วยฟื้นคืนชีพโดยทันทีช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากที่สุด
- ตรวจสอบทางเดินหายใจและการหายใจ จนถึงระยะเวลา 10 วินาที
- ขอความช่วยเหลือ (โทรแจ้งหมายเลขฉุกเฉิน) หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติ
- เริ่มการช่วยฟื้นคืนชีพ (Cardiopulmonary Resuscitation หรือ CPR) กดหน้าอกบริเวณกึ่งกลางทรวงอก 30 ครั้ง ตามด้วยการช่วยหายใจ 2 ครั้ง โดยบีบจมูกผู้บาดเจ็บไว้ขณะเป่าลมเข้าทางปาก
- ใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator หรือ AED) ปฏิบัติตามคำแนะนำเสียงของเครื่อง ติดแผ่นนำไฟฟ้าบนหน้าอกที่ไม่มีเสื้อผ้าปกคลุม และปล่อยกระแสไฟฟ้าตามคำแนะนำ
- ทำ CPR ต่อเนื่องเป็นรอบ ๆ จนกว่าผู้บาดเจ็บจะกลับมามีสัญญาณชีพหรือความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์จะมาถึง หากเป็นไปได้ ให้สลับกับผู้อื่นเมื่อเริ่มหมดแรง
บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาของหลักสูตร HEAT ระยะเวลาสามวัน ซึ่งจัดการฝึกอบรมโดย Silk Road Training และจัดขึ้นโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ร่วมกับองค์กรพันธมิตรในพื้นที่
Silk Road Training ให้บริการฝึกอบรม HEAT ทั้งในรูปแบบออนไลน์และในสถานที่จริง โดยผู้ฝึกสอนผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านการฝึกอบรมและการให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยทั่วโลกมากกว่า 20 ปี เพื่อช่วยให้บุคลากรด้านสื่อและนักข่าวแนวหน้ามีทักษะในการรักษาชีวิตเมื่อต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง
← อ่าน ตอนที่ 1: การเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบ
← อ่าน ตอนที่ 2: เทคนิคการรักษาความปลอดภัยขณะรายงานข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบ
← อ่าน ตอนที่ 3: การวางแผนล่วงหน้าเมื่อต้องทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง
← อ่าน ตอนที่ 4: การรับมือภัยคุกคามจากการสู้รบในพื้นที่ปฏิบัติงาน
← อ่าน ตอนที่ 5: การปฐมพยาบาล—การประเมินผู้บาดเจ็บและการจัดการภาวะเลือดออกรุนแรง
→ อ่าน ตอนที่ 7: การปฐมพยาบาล—การติดตามอาการผู้บาดเจ็บและการประเมินขั้นทุติยภูมิ
→ อ่าน ตอนที่ 8: ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะและอุบัติเหตุทางถนน
→ อ่าน ตอนที่ 9: อย่าลืมความปลอดภัยทางดิจิทัล
→ อ่าน ตอนที่ 10: แนวทางรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัลทีละขั้นตอน
The Thai translation was made possible with support from the Government of Canada and the Canada Fund for Local Initiatives (CFLI).