กลโกงฟิชชิงถูกออกแบบมาเพื่อหลอกลวงผู้คน และแม้แต่ผู้ที่ระมัดระวังที่สุดก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ เนื่องจากกลวิธีเหล่านี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บทความตอนสุดท้ายของสื่อผสมชุดสามตอนว่าด้วยกลโกงฟิชชิงนี้ ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders: RSF) จะมาให้คำแนะนำแก่นักข่าวเกี่ยวกับมาตรการเชิงรุกที่สามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันตนเองจากฟิชชิง
ดังที่อธิบายไว้ในบทความตอนก่อน ๆ ของชุดนี้ ฟิชชิงเป็นอาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบหลอกลวงที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยลวงให้เหยื่อคลิกลิงก์อันตรายและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันกลโกงฟิชชิง นักข่าวจำเป็นต้องใช้มาตรการหลายอย่างควบคู่กันและติดตามกลวิธีฟิชชิงรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ
1- ฝึกให้ความระมัดระวังเป็นนิสัย
- คิดให้รอบคอบก่อนคลิกลิงก์ใด ๆ ในอีเมล หากลิงก์ดูน่าสงสัย นักข่าวควรพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ปลายทางด้วยตนเองแทนการคลิกลิงก์
- หลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลแก่แหล่งที่ไม่รู้จัก เมื่อถูกนำไปยังเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ควรกรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือรหัสผ่านจนกว่าจะตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์นั้นแล้ว และควรตรวจสอบอย่างละเอียดเสมอว่าลิงก์นำไปที่ใดก่อนคลิก
- ติดต่อผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ส่งเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่กลโกง หากมีข้อสงสัย นักข่าวควรติดต่อบุคคลหรือบริษัทที่อ้างว่าเป็นผู้ส่งลิงก์ผ่านช่องทางการสื่อสารอื่น เช่น โทรศัพท์หรือแอปสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ส่งตัวจริง
2- ตั้งค่าบริการอีเมลให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
- ปิดการแสดงภาพและองค์ประกอบที่โหลดจากภายนอก อีเมลฟิชชิงอาจมี “ภาพที่โหลดจากภายนอก” (remote images) ซึ่งเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลและสามารถแจ้งให้ผู้โจมตีทราบว่าอีเมลถูกเปิดหรือไม่และเปิดเมื่อใด โดยทั่วไปเราสามารถปิดฟังก์ชันดังกล่าวได้ในการตั้งค่าของบริการอีเมล
- ปิดการแสดงอีเมลแบบ HTML ผู้โจมตีสามารถใช้การจัดรูปแบบ HTML เพื่อซ่อนปลายทางที่แท้จริงของลิงก์ได้ โดยทั่วไปเราสามารถปิดฟังก์ชันแสดงผลแบบ HTML ได้ในการตั้งค่าของบริการอีเมล เพื่อให้อีเมลแสดงเฉพาะข้อความที่ไม่มีการจัดรูปแบบ
- เปิดการแสดงที่อยู่อีเมลแบบเต็ม ผู้ให้บริการอีเมลบางรายแสดงเพียงชื่อที่ผู้ส่งกำหนดไว้ (display name) แทนที่อยู่อีเมลแบบเต็ม เช่น ฟังก์ชัน “ที่อยู่อัจฉริยะ” (smart addresses) บน iOS โดยทั่วไปเราสามารถปิดฟังก์ชันนี้ได้ในการตั้งค่าของบริการอีเมล เพื่อให้สังเกตได้ง่ายขึ้นเมื่อชื่อที่แสดงไม่ตรงกับที่อยู่อีเมล อย่างไรก็ตาม นักข่าวควรตระหนักว่าที่อยู่อีเมลก็สามารถปลอมแปลงได้เช่นกัน
3- ดูแลความปลอดภัยทางดิจิทัลอยู่เสมอ
- ตรวจสอบว่าแอปและซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด แฮ็กเกอร์สามารถค้นหาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัยได้ง่าย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอัปเดตเฟิร์มแวร์และแอปบนอุปกรณ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการหลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์หรือความปลอดภัยจากผู้ผลิตอีกต่อไป เนื่องจากทำให้ผู้ใช้เผชิญความเสี่ยงมากขึ้น
- เเสริมสร้างความปลอดภัยทางดิจิทัล นักข่าวควรรักษาความปลอดภัยของบัญชีให้รัดกุม เช่น ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก เปลี่ยนรหัสผ่านและชื่อผู้ใช้เป็นระยะ และใช้การยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (Two-factor authentication หรือ 2FA) หากสามารถทำได้ นอกจากนี้ ควรเปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) อยู่เสมอ
- Self-train and self-test. Journalists are encouraged to continuously deepen their knowledge on digital security. Reporters Without Borders provides a catalogue of resources for this purpose. More specifically regarding phishing attempts, Google, OpenDNS, Sonicwall and the Totem Project offer quizzes on identifying and preventing phishing. ศึกษาและทดสอบตนเอง นักข่าวควรพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนได้จัดทำชุดแหล่งข้อมูลไว้เพื่อการนี้ นอกจากนี้ Google, OpenDNS, SonicWall และ Totem Project ยังมีแบบทดสอบให้ทดลองทำ สำหรับการตรวจจับและป้องกันความพยายามทำฟิชชิงโดยเฉพาะ
← อ่าน ตอนที่ 1: กลโกงฟิชชิงคืออะไร
← อ่าน ตอนที่ 2: ทำความรู้จักเทคนิคฟิชชิงหลัก 5 รูปแบบ
The Thai translation was made possible with support from the Government of Canada and the Canada Fund for Local Initiatives (CFLI).