ตลอดเส้นทางอาชีพ นักข่าวจำนวนมากจำเป็นต้องสัมภาษณ์ผู้ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่น สงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การถูกใช้ความรุนแรงทางร่างกายหรือทางจิตใจ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความอึดอัดใจและส่งผลกระทบทางอารมณ์ต่อตัวนักข่าวเอง บทความนี้นำเสนอข้อแนะนำสำหรับนักข่าวเกี่ยวกับวิธีการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญอย่างมีประสิทธิภาพและคำนึงถึงความอ่อนไหว
เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมบาดแผลทางจิตใจของผู้ตกเป็นเหยื่อ นักข่าวควรแสดงความเข้าอกเข้าใจเป็นอันดับแรกในระหว่างการสัมภาษณ์ ผู้คนแต่ละคนมีปฏิกิริยาและวิธีรับมือกับบาดแผลทางจิตใจแตกต่างกันไป ผู้รอดชีวิตบางคนอาจร้องไห้ หัวเราะ หรือแสดงอารมณ์อย่างเฉยชา
ผู้รอดชีวิตบางรายอาจไม่เต็มใจที่จะพูดคุยกับผู้สื่อข่าว มีความยากลำบากในการถ่ายทอดเรื่องราวของตน หรือในทางกลับกันอาจกระตือรือร้นที่จะเล่าประสบการณ์ของตนในฐานะหนทางหนึ่งในการเยียวยาบาดแผลทางจิตใจและทำให้สาธารณชนรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น บาดแผลทางจิตใจยังอาจส่งผลกระทบต่อความทรงจำของบุคคล อันเนื่องมาจากความหวาดกลัวหรือความสับสนที่พวกเขาเผชิญในขณะเกิดเหตุ
แม้ว่าคำให้การจะเต็มไปด้วยความโหดร้ายและสะเทือนใจ นักข่าวต้องพึงตระหนักว่า ความถูกต้องแม่นยำของคำให้การอาจได้รับผลกระทบจากบาดแผลทางจิตใจที่ผู้รอดชีวิตได้ประสบ
หลักการ 4 ประการเพื่อการสัมภาษณ์ที่ปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรีผู้ให้สัมภาษณ์
- รับประกันความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย นักข่าวควรเลือกสถานที่ที่ผู้รอดชีวิตรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ ควรเปิดโอกาสให้ผู้รอดชีวิตเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะแบ่งปันข้อมูลใดบ้าง และอนุญาตให้มีการพักเป็นระยะ ๆ หากจำเป็น ในบางกรณี ผู้ให้สัมภาษณ์อาจแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรระหว่างการสัมภาษณ์ ดังนั้น นักข่าวควรชี้แจงให้ชัดเจนว่าผู้ให้สัมภาษณ์สามารถยุติการสัมภาษณ์ได้ตลอดเวลา และควรมั่นใจว่าสถานที่นัดหมายมีทางออกที่ชัดเจนและปลอดภัย
- อธิบายองค์ประกอบของการสัมภาษณ์อย่างชัดเจน ก่อนเริ่มสัมภาษณ์ นักข่าวควรอธิบายให้ผู้ให้สัมภาษณ์ทราบอย่างชัดเจนว่า ใครบ้างจะอยู่ร่วมในการสัมภาษณ์ เพื่อให้ผู้รอดชีวิตรู้สึกมั่นใจในการเล่าเรื่องของตน เรื่องราวจะถูกเผยแพร่ที่ใด และจะมีการระบุตัวตนของผู้ให้สัมภาษณ์อย่างไร เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่ รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ให้สัมภาษณ์จะไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจขั้นสุดท้ายก่อนการเผยแพร่เนื้อหา นอกจากนี้ นักข่าวควรขออนุญาตก่อนการจดบันทึกหรือบันทึกเสียงการสัมภาษณ์
- การใช้แนวทางที่ยึดตามข้อเท็จจริง นักข่าวควรมุ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นหลัก มากกว่าการถามถึงความรู้สึกของผู้รอดชีวิตต่อสถานการณ์นั้น วิธีการนี้ช่วยให้ผู้ให้สัมภาษณ์สามารถเล่าเรื่องราวในแบบของตนเอง ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงในการกระตุ้นบาดแผลทางจิตใจซ้ำ นักข่าวควรจัดสรรเวลาเพื่อสอบถามรายละเอียดที่สำคัญหรือขอความชัดเจนเกี่ยวกับข้อเท็จจริง
- รักษาระยะห่างทางอารมณ์ การมีส่วนร่วมทางอารมณ์กับเรื่องราวของผู้อื่นมากเกินไปอาจส่งผลต่อความสามารถของนักข่าวในการถ่ายทอดเรื่องราวอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ การแสดงท่าทีที่ตั้งใจให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ เช่น การพยายามกอดผู้รอดชีวิต อาจถูกตีความผิดหรือก่อให้เกิดการกระตุ้นบาดแผลทางจิตใจซ้ำ การรักษาระยะห่างทางอารมณ์จากผู้ให้สัมภาษณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการนำเสนอเรื่องราวอย่างแม่นยำและรับผิดชอบ
The Thai translation was made possible with support from the Government of Canada and the Canada Fund for Local Initiatives (CFLI).