บทความนี้จะแนะนำผู้อ่านให้รู้จักกับ InVID เครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยให้นักข่าวยืนยันความถูกต้องและดึงข้อมูลจากวิดีโอออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดความรู้เกี่ยวกับ Open-Source Intelligence (OSINT) ซึ่งเป็นชุดเทคนิคเพื่อช่วยสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ จัดทำโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF)
เทคนิคการใช้ Open-Source Intelligence (OSINT) มีไว้เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลสาธารณะที่เข้าถึงได้ทั่วไป เพื่อสนับสนุนการค้นหาความจริงและการสืบสวน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลภายในหรือข้อมูลลับ อย่างไรก็ตาม วิดีโอเป็นสิ่งที่วิเคราะห์ได้ยากกว่าภาพนิ่ง เพราะประกอบด้วยจำนวนเฟรมมากกว่า คุณภาพอาจต่ำ และข้อมูลสำคัญอาจปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น บทความนี้จะพูดถึงการใช้ปลั๊กอิน InVID บนเบราว์เซอร์ Chrome เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาวิดีโอออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปลั๊กอินของ Chrome ที่ออกแบบมาเพื่อดึงข้อมูลจากวิดีโอ
InVID เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยนักข่าวตรวจสอบความถูกต้องของวิดีโอ โดยเป็นปลั๊กอินของเบราว์เซอร์ Chrome ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงและวิเคราะห์วิดีโอจากแพลตฟอร์มอย่าง Instagram, X และ YouTube ได้โดยตรง เวอร์ชันพื้นฐานของ InVID ก็เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์วิดีโอทั่วไปแล้ว (สามารถดูวิธีการใช้งานได้ที่นี่) อย่างไรก็ตาม InVID ยังมีคุณสมบัติขั้นสูงที่ออกแบบมาสำหรับนักข่าว ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และนักวิจัยโดยเฉพาะ ผู้ใช้สามารถขอสิทธิเข้าใช้งานได้ผ่านการสมัครด้วยอีเมลที่ทำงาน
ลำดับขั้นตอนการทำงานที่แนะนำหลังจากวาง URL ของวิดีโอที่ต้องการวิเคราะห์แล้ว ได้แก่
เริ่มต้นจากข้อมูลเมทาดาทาของวิดีโอ
เมทาดาทา (Metadata) เป็นข้อมูลบันทึกประวัติของไฟล์ที่ฝังอยู่ในไฟล์ดิจิทัล รวมถึงวิดีโอด้วย เช่นเดียวกับการวิเคราะห์ภาพนิ่ง เมทาดาทาสามารถเปิดเผยข้อมูลสำคัญได้หลายอย่าง ได้แก่
- วันที่และเวลาที่ถ่ายวิดีโอต้นฉบับ
- วันที่และเวลาที่มีการแก้ไขไฟ์วิดีโอล่าสุด
- พิกัด GPS ของสถานที่ที่ถ่ายวิดีโอ
- ชื่อเจ้าของอุปกรณ์ที่ใช้จัดเก็บหรือแก้ไขไฟล์
- รุ่นของกล้องที่ใช้ถ่าย
- การตั้งค่ากล้อง เช่น ระยะโฟกัส ประเภทเลนส์ ค่ารูรับแสง และการใช้แฟลช
การค้นหาภาพย้อนกลับและการค้นหาจากภาพตัวอย่าง (thumbnail)
ฟีเจอร์นี้จะแบ่งวิดีโอเป็นช่วง ๆ และดึง “คีย์เฟรม” ออกมา ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องหยุดวิดีโอตลอดเวลาเพื่อหาข้อมูลเบาะแสด้วยตนเอง จากนั้นสามารถนำคีย์เฟรมไปค้นหาภาพย้อนกลับ (reverse image search) ด้วยการคลิกขวา เพื่อตรวจสอบว่าภาพนั้นถูกนำมาจากวิดีโอที่เก่ากว่า หรือถูกนำมาใช้ผิดบริบทหรือไม่ เช่น การนำวิดีโอเหตุภัยพิบัติในอดีตมาเผยแพร่เป็นข่าวด่วนในปัจจุบัน
ผู้ตรวจสอบข้อมูลยังสามารถทำการค้นหาภาพย้อนกลับจากภาพตัวอย่าง (thumbnail) ของวิดีโอได้ด้วย ภาพตัวอย่างคือภาพที่ถูกย่อขนาดจากต้นฉบับ ฟีเจอร์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของ InVID ยังสามารถแจ้งเตือนได้หากวิดีโอนั้นเป็นวิดีโอปลอมที่เคยถูกองค์กรที่น่าเชื่อถือตรวจพิสูจน์และหักล้างแล้ว
การวิเคราะห์เชิงลึก
- ฟีเจอร์ Magnifier สามารถใช้เพื่อซูมเข้าเพื่อค้นหาบริบทเพิ่มเติมด้วยตนเอง เช่น ป้ายข้อความ แผ่นป้ายทะเบียนรถ ลักษณะภูมิประเทศ แบนเนอร์ หรือเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม
- เครื่องมือ Optical Character Recognition (OCR) ใช้ตรวจจับข้อความที่ปรากฏในวิดีโอเพื่อระบุคำหรือชื่อที่มีความสำคัญ
- แท็บ Forensic ช่วยตรวจสอบลักษณะของการดัดแปลงแก้ไขวิดีโอ ผ่านการวิเคราะห์ชั้นข้อผิดพลาด (error-layer analysis) หรือการตรวจจับสัญญาณรบกวน (noise detection)
- ฟังก์ชัน Search ช่วยค้นหาข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงบนแพลตฟอร์มสื่อโซเชียล เช่น X, Reddit, 4chan, YouTube, Facebook, LinkedIn, VK, Instagram, TikTok และ 8kun โดยสามารถจำกัดผลการค้นหาให้แคบลงได้โดยใช้เบาะแสเพิ่มเติมและ search operators
ฟีเจอร์ขั้นสูง
- เครื่องมือตรวจจับดีปเฟก ภาพและเสียงที่สร้างด้วย AI รวมถึงสื่อสังเคราะห์รูปแบบต่าง ๆ มีให้บริการสำหรับผู้ใช้ที่ลงทะเบียน อย่างไรก็ดี ผู้ตรวจสอบข้อมูลควรคำนึงว่าเครื่องมือเหล่านี้อาจให้ผลบวกหรือผลลบลวงได้เช่นกัน
- Twitter SNA และ CrowdTangle SNA เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ติดตามรูปแบบปฏิสัมพันธ์ของทวีตและโพสต์ต่าง ๆ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยตรวจจับพฤติกรรมที่น่าสงสัย เช่น ปฏิบัติการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ตั้งแต่ปลายปี 2024 เป็นต้นมา แพลตฟอร์มสื่อโซเชียลได้มีการเปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ ทำให้ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำงานของเครื่องมือเหล่านี้ถูกจำกัด
← อ่านตอนที่ 1: การทำงานกับแหล่งข้อมูลเปิด (Open-Source Intelligence) (ตอนที่ 1): การดึงข้อมูลจากภาพออนไลน์
→ อ่านตอนที่ 3: การทำงานกับแหล่งข้อมูลเปิด (Open-Source Intelligence) (ตอนที่ 3): การยกระดับการสืบสวนด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลแต่ละจุดเข้าด้วยกัน
The Thai translation was made possible with support from the Government of Canada and the Canada Fund for Local Initiatives (CFLI).